Posted in

ชีวิตโสด…สุขบ้าง ทุกข์บ้าง และปัญหาที่มาพร้อมกับอิสระที่คุ้นเคย

ชีวิตนี่ดูเหมือนจะผูกพันกับความโสดมาตั้งแต่เด็ก เป็นความอิสระที่คุ้นชินจนบางครั้งก็กลายเป็นความท้าทายในชีวิตประจำวัน จากที่เคยเป็นเด็กน้อยที่ต้องอยู่บ้านคนเดียวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ มาจนถึงการใช้ชีวิตนักศึกษาในหอพักเพียงลำพัง และการย้ายมาทำงานในกรุงเทพฯ ที่ต้องเช่าห้องอยู่คนเดียวทั้งหมดนี้หล่อหลอมให้นี่เป็นคนที่ไม่เคยมี “ใคร” อยู่เคียงข้างกายอย่างถาวรชีวิตโสด…สุขบ้าง ทุกข์บ้าง และปัญหาที่มาพร้อมกับอิสระที่คุ้นเคย

ความคุ้นชินกับอิสระจากวัยเยาว์

จำได้ว่าช่วงมัธยม พ่อกับแม่ต้องไปขายเสื้อผ้าทางภาคเหนือช่วงสงกรานต์ ทิ้งให้นี่เฝ้าบ้านคนเดียวเป็นเวลาเกือบสองสัปดาห์ แรกๆ ก็อาจจะเหงาบ้าง แต่หลังจากนั้นก็กลายเป็นช่วงเวลาที่สนุกสนานที่สุด นี่ได้ออกไปหาอะไรกินตอนดึก ๆ เที่ยวเล่นกับเพื่อนได้อย่างเต็มที่ ไม่มีใครคอยกำกับ อยากกินอะไรก็กิน อยากไปไหนก็ไป ตราบใดที่ยังอยู่ในงบประมาณ

พอเข้ามหาวิทยาลัย ปีแรกๆ ยังมีเมทอยู่ ได้เจอประสบการณ์หลากหลาย ทั้งดีและไม่ดี ดีตรงที่มีเพื่อนกินข้าว ไม่ดีตรงที่บางทีเมทก็ขาดความเกรงใจ อาจจะด้วยวัยที่ยังน้อย พอขึ้นปี 2 นี่จึงตัดสินใจย้ายมาอยู่คนเดียว แม้จะยังคงกินข้าวกับเพื่อนหลังเลิกเรียน หรือนัดเจอกันเป็นครั้งคราว แต่สุดท้ายปลายทางของวันก็คือห้องส่วนตัวที่อยู่คนเดียวอย่างเงียบสงบ ความสัมพันธ์ในสมัยเรียนมหาวิทยาลัยก็มีบ้างประปราย แต่ไม่เคยมีใครมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเลย เจอกันแล้วก็แยกย้ายกันไป ไม่ได้ยืดยาวมากมาย

การทำงานในต่างถิ่นและความโดดเดี่ยวที่เพิ่มขึ้น

ในฐานะเด็กต่างจังหวัดที่เรียนต่างจังหวัดจนถึงระดับมหาวิทยาลัย แต่พอได้งานแรกต้องเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ (จริงๆ ก็แถวปากเกร็ดนี่แหละ) นี่เริ่มต้นด้วยการอยู่หอคนเดียวพักใหญ่ ก่อนที่จะได้มีโอกาสเช่าบ้านอยู่กับเพื่อนเกือบปี แต่สุดท้ายก็มีเรื่องไม่เข้าใจกัน ทำให้ต้องกลับมาใช้ชีวิตคนเดียวอีกครั้งตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน

วงสังคมที่จำกัดและพื้นที่ส่วนตัวที่หวงแหน

ปัญหาหนึ่งที่ตามมาพร้อมกับชีวิตโสดคือการมีเพื่อนน้อยลง เพื่อนสมัยประถม มัธยม และมหาวิทยาลัยที่เคยติดต่อกันมาอย่างใกล้ชิดเริ่มห่างเหินไปตามกาลเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนี่เห็นความก้าวหน้าในหน้าที่การงานของเพื่อน ๆ ในขณะที่ตัวนี่ยังคงเป็นพนักงาน Outsource ตัวเล็ก ๆ ไร้อนาคต ความกดดันที่เพิ่มขึ้นทำให้นี่ค่อย ๆ เฟดตัวเองออกจาก Facebook และ Social อื่น ๆ จนเลิกเล่นไปในที่สุด

ทุกวันนี้ นี่เหลือเพื่อนสนิทจริง ๆ เพียง 2 คน ที่เรียกกันเล่น ๆ ว่า “สามสาวทีสเกิร์ต” (ฟังดูโบราณมากใช่ไหมล่ะ!) ส่วนเพื่อนร่วมงาน ทั้งจากที่เก่าและปัจจุบัน ก็มีบ้างที่ชวนกันกินเที่ยว แต่ส่วนใหญ่นี่จะเลือกใช้เวลากับเพื่อนสนิทมากกว่า

ถึงแม้จะมีเพื่อนสนิท แต่ก็ไม่ค่อยชอบนอนค้างบ้านใคร ไม่ชอบไปเที่ยวต่างจังหวัดถ้าสถานที่นั้นไม่ “ปัง” ในใจจริง ๆ ชอบเที่ยวแบบ One Day Trip หรือเที่ยวกลางคืนแล้วกลับมานอนที่ห้องตัวเองมากกว่า

และที่ไม่ชอบที่สุดคือการนอนกับคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม แม้กระทั่งแม่ของนี่เอง นี่ก็ยังนอนไม่หลับ ถ้ามีใครมานอนร่วมเตียงเดียวกัน มันไม่ชินเลยจริงๆ ยกเว้นในกรณีที่เมาหนักมากจนไม่สนใจอะไรแล้ว ซึ่งก็เกิดขึ้นไม่บ่อยหรอกนะ

การใช้ชีวิตคนเดียว: ความสะดวกสบายที่มาพร้อมความท้าทาย

ด้วยความโสดและเพื่อนน้อย ทำให้นี่คุ้นชินกับการไปไหนมาไหนคนเดียว อยากไปวัด อยากเดินห้าง อยากหาอะไรกิน หรือแม้กระทั่งไปกินเหล้า นี่ก็ไปคนเดียวได้สบาย ๆ มันเป็นชีวิตที่เรียบง่ายมาก และในสมัยนี้ร้านรวงต่าง ๆ ก็ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้ชีวิตคนเดียวมากขึ้น สมัยก่อนนี่เคยไปดูหนังคนเดียวบ้าง แต่ตอนนี้ไม่เข้าโรงหนังแล้ว เพราะไม่ชอบพฤติกรรมบางอย่างของคนในโรงหนังที่แสดงพฤติกรรมชังสถาบันเบื้องสูง

ภายนอกนี่อาจจะดูเหมือนเป็น Extrovert เวลาอยู่ในกลุ่มเพื่อน นี่เป็นตัวสร้างเสียงหัวเราะ มีคำพูด คำแซว คำแขวะ หรือคำด่าประสาเพื่อนสาว กะเทยปากเปราะ ที่สร้างความครื้นเครงได้เสมอ เพื่อนสนิทและเพื่อนร่วมงานจึงชอบชวนนี่ไปเที่ยวด้วย เพราะสามารถสร้างบรรยากาศสนุกสนานได้ การแสดงออกเหล่านั้นไม่ใช่การฝืนแต่อย่างใด มันเป็นอีกด้านหนึ่งของตัวตนนี่จริง ๆ แต่ในอีกโหมดหนึ่ง นี่ก็ไม่อยากเข้าสังคมกับใคร ชอบอยู่คนเดียว ไปไหนคนเดียว สบายใจกว่ามาก

เป็นโรคจิตเวชหรือเปล่า?

บางทีก็อดคิดไม่ได้ว่า “เอ๊ะ…ไอ้พฤติกรรมหรือความรู้สึกแบบนี้ มันเข้าข่ายโรคอะไรในทางจิตเวชหรือเปล่าเนี่ย?” นี่เลยลองไปหาข้อมูล และลองดูข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ ก็พอจะสรุปได้ว่าสิ่งที่นี่เป็น ไม่ได้เรียกว่าโรคจิตเวช นะ โล่งไปที 😌

สิ่งทีตัวนี่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ทางวิทยาศาสตร์เขาเรียกกันว่า “ลักษณะบุคลิกภาพ” หรือ “รูปแบบการใช้ชีวิต” ลองมาดูกันว่ามันอธิบายยังไงบ้าง

  • แค่คุ้นเคยกับการอยู่คนเดียว ก็เพราะนี่อยู่คนเดียวมาตั้งแต่เด็ก มีความสุขกับอิสระที่ได้มา เลยกลายเป็นคนสบาย ๆ ที่ชอบความสงบเงียบ และจัดการชีวิตตัวเองได้ดีเวลาอยู่คนเดียว
  • แค่ต้องการพื้นที่ส่วนตัว..มากไปนิดนึง! การที่ตัวนี่ไม่ชอบนอนค้างบ้านใคร หรือไม่ชอบให้ใครมานอนร่วมเตียงเดียวกัน ไม่ได้แปลว่ามีปัญหานะ แต่มันเป็นเพราะนี่ให้ความสำคัญกับ “พื้นที่ส่วนตัว” ของตัวนี่มาก ๆ เลยล่ะ หลายคนก็เป็นแบบนี้นะ ไม่แปลกหรอก
  • กึ่ง Introvert, กึ่ง Extrovert บางทีก็ชอบปาร์ตี้ เป็นตัวโปกฮา และสร้างสีสัน แต่พอถึงเวลาปกติ นี่ก็สามารถอยู่ในโลกส่วนตัวของได้ และการที่ตัวนี่ชอบอยู่คนเดียวมากกว่า ก็ไม่ได้หมายความว่าผิดปกติอะไร มันก็แค่เป็นอีกด้านหนึ่งที่ตัวนี่รู้สึกสบายใจกว่าเท่านั้นเอง
  • เลี่ยงความกดดันจากโซเชียล การที่เลิกเล่น Facebook ไม่ใช่ว่าเกลียดโซเชียลนะ แต่บางทีการเห็นชีวิตคนอื่นที่ดูดีกว่ามาก ๆ มันก็สร้างความกดดันให้นี่เหมือนกัน การถอยออกมาก็แค่เป็นวิธีที่ตัวนี่เลือกที่จะดูแลใจตัวเอง ก็เท่านั้นเอง

สุขในแบบโสด ๆ

สุดท้ายไม่ว่าจะเป็นวันไหน ๆ มีกิจกรรมอะไรเกิดขึ้น นี่ก็สบาย ๆ และรับมือกับมันได้ ทั้งลุย ทั้งทำ หรือเลี่ยง ๆ ไปซะ ก็แล้วแต่วัน และที่สำคัญ รู้เท่าทันเหตุการณ์ และความคิดตัวเอง ไม่ทำให้ตัวเองเป็นทุกข์ ค้นหาเส้นทางแห่งความสุขของตัวเอง นี่ยึดถือ และปฏิบัติ สุดท้าย สิ่งที่ตัวนี่เป็น ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใคร แม้กระทั่งตัวเอง นี่ก็ไม่ได้ทุกข์ร้อน แม้จะมีชีวิตแบบโสด ๆ เหงา ๆ แบบนี้ แต่ไม่ค่อยได้รู้สึกเหงานะ ความเหงาแทบไม่เกิดในชีวิตนี่เลย

IT officer, responsible for network communication systems and a chic person.

Subscribe
Notify of
guest
0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments
0
Would love your thoughts, please comment.x
()
x