ต่อจากโพสต์แรกที่เล่าถึงความแตกแยกในครอบครัว มาถึงตอนนี้จะเล่าเรื่องชีวิตการเป็นเกย์ตั้งแต่เด็ก รู้ตัวเมื่อไร ใช้ชีวิตอย่างไร จนกลายเป็นเกย์แก่ไร้ผัวอย่างทุกวันนี้
เด็กชาย
เป็นลูกคนโต มีน้องสาวคนเดียว โตมาในแบบที่เห็นพ่อแม่ทะเลาะกัน และคนในบ้านเป็นผู้หญิงทั้งหมด มีหลานๆ ของยายมาอยู่ด้วย แก๊ง 3 สาว ทำให้โตมากับผู้หญิง เล่นทำกับข้าว เพราะยายขายอาหารตามสั่ง เล่นเป็นครู เพราะแม่เป็นครู เล่นทะลึ่งกับเพื่อนผู้ชาย ตอนนั้นก็แค่สนุกๆ ขำๆ
เกือบจะนาย
ประมาณ 13-14 เริ่มรู้ตัวว่าชอบผู้ชาย ทั้งที่ก่อนหน้านั้นชอบผู้หญิง แต่ก็เล่นทะลึ่งกับเพื่อนผู้ชายมาเรื่อย ๆ จำได้ว่าตอน ม.1 อายุประมาณ 13 ปี ตอนนั้นยังชอบเพื่อนผู้หญิงอยู่ แต่พอขึ้น ม.2 ก็เริ่มไปชอบน้องผู้ชายที่อยู่ ม.1 ละ และหลังจากนั้นก็มองแต่ผู้ชายมาตลอด ไม่มีความรู้สึกชอบผู้หญิงอีกเลย
การแสดงออก
ส่วนตัวไม่คิดอยากจะเป็นผู้หญิง อยากเป็นผู้ชายที่หน้าตาดี รูปร่างดี มีความคิดแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก เป็นเด็กไม่เรียบร้อยนะ ถ้าจะว่ากันตามความเป็นจริง จะเรียบร้อยก็ต่อเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่ ส่วนเวลาอยู่กับเพื่อนก็จะหลายระดับ เช่น ระดับของความสนิท ประเภทของเพื่อน เพื่อนผู้หญิง ผู้ชาย เกย์ กะเทย เด็ก ผู้ใหญ่ ใดๆ ก็คือแสดงออกกับบุคคลเหล่านี้ต่างกัน จึงมีโหมดตั้งแต่เรียบร้อยมากจนถึงแรดมาก ปากขั้นสุด
ในวัยเรียน
นี่ไม่ออกสาว ไม่ได้มีจริตที่ล้นเกิน แต่ก็มีท่าทางบางอย่างที่เพื่อนจะถามว่าเป็นหรือเปล่าเมื่ออยู่ด้วยกันไปพักนึง ซึ่งส่วนมากจะเป็นเพื่อนผู้หญิงที่ถาม ส่วนเพื่อนผู้ชายถ้าไม่บอกก็จะไม่รู้ ถ้ารู้ก็มักจะรู้จากเพื่อนผู้หญิง สังคมในสมัยปี 254x ณ อำเภอเมืองฯ ของจังหวัดหนึ่ง การโดนล้อหรืออะไรก็พอมีนะ แต่ไม่รุนแรง ไม่ทำให้รู้สึกเครียด โกรธ หรือกดดัน อาจจะเพราะอยู่ในห้องเด็กเรียนตอน ม.ต้น ส่วน ม.ปลายถึงแม้จะไม่ได้อยู่ในห้องหัวกะทิ แต่เพื่อนๆ ก็ไม่แรง ไม่ว่าจะเรียนหรือเล่นก็มีความเป็นกันเอง คิดถึงสมัยนั้นแล้วก็รู้สึกดีที่ไม่โดนอะไรแรงๆ เหมือนที่เด็กสมัยนี้โดนกัน
พอเข้ามหาวิทยาลัย นี่เรียน ม. ของรัฐ คณะบริหารฯ บรรยากาศในการเรียนไม่มีอะไรที่ทำให้ขุ่นข้องหมองใจ รุ่นพี่ที่เป็นเกย์ก็เยอะ ตัวนี่ไม่ได้ออกอาการวี๊ดว๊ายอะไรมาก ไม่ได้เป็นเชียร์หรีดเดอร์ ไม่ได้ทำกิจกรรมอะไรมากมาย เรียน กิน นอน เท่านั้น เรียกได้ว่าชีวิตเรียบง่ายมาก ผับ บาร์ เริ่มเข้าตอนอยู่ปี 4 ตอนที่อายุ 20 ปี บริบูรณ์ตามกฎหมาย ส่วนก่อนหน้านี้กินแต่เหล้าปั่นกับหมูกระทะ 555+
วัยทำงาน
ด้วยจริตที่ไม่แรงมากจึงไม่มีปัญหาอะไร เวลาทำงานก็ปกติ เวลาสนุกสนานก็เต็มที่ จะมีเรื่องการพูดคำหยาบที่ติดปากกับเพื่อนร่วมงานที่สนิทก็จะโดนหัวหน้าปรามบ้าง แต่ตอนนี้ไม่พูดอะไรที่ไม่ถูกกาละเทศะแล้ว
ความรัก
นี่มีคนที่คบกันมา 3 คนโดยประมาณ ไม่ใช่คนหน้าตาดี ไม่ค่อยมีใครเข้าหา และไม่ค่อยจีบใคร แอบมอง แอบชอบคนอื่นไปเรื่อยๆ มากกว่า สมัยเด็กจนถึงวัยรุ่นก็มีจีบคนอื่นบ้าง แต่คนที่จีบนั้นเป็นชายแท้ทั้งหมด จึงนกไปตามระเบียบ ส่วนคนที่รักหรือที่รู้สึกว่ารักมีอยู่ 2 คน คนนึงตั้งแต่ ม.3 สิริรวมรักมา 10 ปี และอีกคนรักมา 4 ปี จบจากคนนี้ก็ไม่รู้สึกรักใครแล้ว แต่ยังคงชอบมองคนอื่นอยู่ ตอนนี้ที่มองๆ อยู่ก็หลายคน แต่ไม่มีการจีบใครแล้วล่ะ เพราะนี่แก่แล้ว ไม่อยากรักใครอีกแม้จะเป็นการแอบรัก วางเฉยกับเรื่องนี้ไปแล้ว
แผนการณ์ในอนาคต
ยังเหลืออายุราชการอีกประมาณ 20 ปี คงทำไปเรื่อยๆ ส่วนตัวยังไม่มีบ้านและรถยนต์เป็นของตนเอง มีแต่ของคุณแม่ซึ่งสักวันนึงก็ต้องเป็นของเรา เมื่อหวนคิดถึงการเดินทางมาทำงานอย่างที่โพสต์ในเรื่องมีความเสี่ยงทุกวันที่ไปทำงาน ให้ขับรถยนต์มาทำงานคงจะไม่ไหว ส่วนบ้านใจนึงก็อยากซื้อเพราะอยากมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง แต่อีกใจนึงก็ไม่อยากซื้อเพราะหากตายไปแล้วใครจะดูแล น้องสาวก็ไม่มีลูก แม้กระทั่งสามียังไม่มีเลย
ส่วนเรื่องสุขภาพคงจะต้องดูแลตัวเองให้ดีเพราะอยู่คนเดียวแบบจริงจัง ไม่คิดจะมีแฟนและไม่คิดจะหาใครเข้ามาในชีวิต เพราะมีความสุขดีแล้วกับชีวิต ณ ปัจจุบัน
