Posted in

อย่ารับปากใคร ถ้าไม่มั่นใจว่าทำมันได้จริง

The Weight of Responsibility: จงอย่ารับปาก หากไม่คิดจะรับผิดชอบ

ในโลกของการทำงาน หรือแม้แต่ในชีวิตประจำวัน “คำพูด” และ “คำรับปาก” มีพลังมากกว่าที่หลายคนคิด เพราะเมื่อเรารับปากอะไรไปแล้ว สิ่งที่ตามมาก็คือ “ความคาดหวัง” ของคนอื่น ที่จะเชื่อมั่นว่าเราจะทำตามนั้นจริง ๆ

การมี สัจจะ จึงกลายเป็นคุณสมบัติที่สำคัญของมนุษย์คนหนึ่ง โดยเฉพาะในสังคมที่ต้องพึ่งพาอาศัยกันอยู่ หากใครสักคนไม่สามารถรักษาคำพูด หรือโยนภาระหน้าที่ให้คนอื่น ทั้งที่ตัวเองไม่มีเหตุจำเป็น นอกจากทำให้บรรยากาศของทีมเสียแล้ว ยังสร้างภาระให้เพื่อนร่วมงานอย่างไม่ยุติธรรมอีกด้วย

เมื่อ “คำรับปาก” กลายเป็น “ภาระของคนอื่น”

ในการทำงานจริง มีไม่น้อยที่พบว่า คนที่ได้รับมอบหมายงานล่วงหน้าแล้วกลับปฏิเสธในภายหลัง โดยไม่มีเหตุผลสมควร อ้างว่างานไม่เหมาะ ไม่ว่าง หรือมีธุระอื่น ทั้งที่ในความจริงแล้ว ไม่มีสิ่งใดขัดขวางการทำงานเลยแม้แต่น้อย สุดท้ายงานนั้นก็ต้องตกมาอยู่กับเพื่อนร่วมทีมคนอื่น ๆ ที่เหนื่อยอยู่แล้วให้เหนื่อยเพิ่ม

การกระทำลักษณะนี้ นอกจากไม่รับผิดชอบแล้ว ยังบั่นทอนกำลังใจของทีม และลดทอนความเชื่อใจที่มีต่อกันในระยะยาว หากคน ๆ นั้นทำแบบนี้เป็นนิสัย หรือกลายเป็นพฤติกรรมถาวร ก็ยิ่งทำให้เกิดปัญหาสะสมในองค์กร

การยอมจำนนเงียบ ๆ ของคนที่ทน

ในหลายครั้ง คนที่ถูกโยนภาระกลับกลายเป็นผู้ที่ต้อง กลืนเลือด เงียบ ๆ ยอมรับความเหนื่อย ยอมเสียเวลา และยังต้องรักษาบรรยากาศทีมไม่ให้เลวร้ายลงกว่าเดิมอีก

แม้จะมีช่องทางให้แจ้งผู้บริหารหรือหัวหน้า แต่ก็ใช่ว่าจะได้รับการแก้ไข เพราะบางครั้งหัวหน้าเองก็รับรู้พฤติกรรมเหล่านี้อยู่แล้ว แต่เลือกที่จะนิ่งเฉย หรือมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย จึงไม่มีการลงโทษหรือจัดการอย่างจริงจัง

แล้วเราควรทำอย่างไร?

  1. อย่ารับปากในสิ่งที่ทำไม่ได้ — เพราะคำพูดคือเครื่องมือที่สามารถสร้างศรัทธา หรือทำลายความน่าเชื่อถือได้ในพริบตา
  2. หากรู้ตัวว่าไม่พร้อม ควรปฏิเสธแต่แรก ด้วยเหตุผลตรงไปตรงมา ไม่ควรยอมรับแล้วหาทางหลบเลี่ยงภายหลัง
  3. หัวหน้าควรมีบทบาทจริงจัง ในการสร้างวัฒนธรรมของทีมให้ชัดเจน ว่า “รับปากแล้วต้องทำ” คือหลักการพื้นฐานของทีม
  4. พูดตรงแต่สุภาพ หากต้องเผชิญหน้ากับคนที่ไม่รับผิดชอบ อาจต้องใช้คำพูดให้เขาได้คิด เช่น “หากเธอไม่พร้อมช่วยวันนี้ ฉันจะต้องวางแผนเผื่องานพรุ่งนี้ด้วยนะ”
  5. อย่าปล่อยให้กลายเป็นเรื่องปกติ เพราะหากเรายอมไปเรื่อย ๆ วันหนึ่งมันจะกลายเป็นวัฒนธรรมที่ผิดที่ฝังรากในองค์กร

สัจจะ คือของขลังสำหรับมนุษย์

ไม่ต้องเป็นพระ หรือเป็นนักบุญ การรักษาคำพูด คำสัญญา คือของขลังที่ทำให้มนุษย์คนหนึ่งมีค่าในสังคม ยิ่งโดยเฉพาะในงานราชการ ที่การทำงานเป็นทีม ความเชื่อมั่น และความร่วมมือคือสิ่งสำคัญมาก

หากเราไม่สามารถรับผิดชอบอะไรได้จริง ๆ ก็อย่ารับปากไปก่อนเลย เพราะคำรับปากที่กลวงเปล่า มันไม่ต่างจากมีดที่แทงใจคนอื่นช้า ๆ โดยไม่รู้ตัว

ทำงานให้ดีที่สุด เท่าที่เราจะทำได้ และอย่าลืมว่า “ความเหนื่อย” เป็นเรื่องธรรมดา แต่ “ความไม่รับผิดชอบ” ต่างหากที่เป็นสิ่งผิดปกติในที่ทำงาน

IT officer, responsible for network communication systems and a chic person.

Subscribe
Notify of
guest
0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments
0
Would love your thoughts, please comment.x
()
x