นี่ใช้ Linux มานานมาก ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 ตอนนั้นเจอคอลัมภ์ที่แนะนำ Linux ของ Red Hat เวอร์ชัน 9 แล้วน่าสนใจมาก ตอนนั้น Red Hat ยังทำ Linux สำหรับ Cosumer อยู่ เป็นเวอร์ชันสุดท้าย ก่อนที่หลังจากนั้นจะเปลี่ยนไปทำสำหรับองค์กร แบบเก็บค่าบริการ และให้เวอร์ชันฟรีไป Active ที่ Fedora แทน และเป็นแบบนี้มาจนปัจจุบัน
หลังจากนั้น Ubuntu ก็ได้เริ่มต้นสร้าง Distribution หรือ Distro ของตนเองขึ้นมา ในปีเดียวกัน ตอนนั้นอินเตอร์เน็ตยังไม่เร็วถึงทุกวันนี้ Ubuntu ใช้วิธีแจกจ่าย Linux ของตนโดยส่ง CD ติดตั้งผ่านไปรษณีย์ไปทั่วโลก นี่ก็ขอ CD ติดตั้งของ Ubuntu มาตลอดจนเขาเลิกส่งในเวอร์ชัน 11.04 โดยเวอร์ชันสุดท้ายที่ส่งฟรีก็คือ 10.10
ชอบ Linux มากกว่า Windows
เพราะใช้งานได้สนุกกว่า ปรับแต่งได้มากกว่า สมัยนั้นบ้า Mac OS มาก แต่ไปไม่ถึง ก็ได้แต่ปรับแต่ง เลียนแบบให้เหมือน การใช้งานก็ใช้โปรแกรมที่มีให้ ยกเว้นงานด้านเอกสารที่ไม่สามารถใช้โปรแกรมอย่าง OpenOffice ในสมัยนั้น แก้ไขได้ เพราะมันเป็นเอกสารตระกูล Microsoft Office แค่ตัวมันเอง ต่างเวอร์ชันยังเพี้ยนเลย การดูหนัง ฟังเพลง เล่นเน็ต ทำบน Linux ได้สบายมาก
Work Mode
นี่ทำงานไอที นาน ๆ จะทำด้านเอกสาร ในการเขียนเว็บ การเขียนโปรแกรม การมอนิเตอร์ต่าง ๆ สามารถทำงานได้บน Linux เครื่องไม้เครื่องมือในการทำงาน ส่วนมากจะอยู่ใน Repositories ของแต่ละ Distro สามารถติดตั้งได้ง่าย ๆ ผ่าน Command Line หรือ Interface ต่าง ๆ ไม่เหมือนบน Windows ที่ต้องไปดาวน์โหลดมาติดตั้งเอง แม้ปัจจุบัน Windows จะมี Microsoft Store แล้ว แต่ก็ยังไม่โปรแกรมไม่ครอบคลุมทุกอย่าง เหมือนใน Linux
Fonts
การ Render fonts ของ Linux นั้นสวยกว่า Windows ฟ้อนต์ภาษาไทยของ Linux นั้นสามารถเปลี่ยนไปใช้ฟ้อนต์ที่สวยงามได้ แต่กับ Windows นั้นเป็นเรื่องยาก และไม่สวยเท่ากับใน Linux แม้จะพยายามกลับไปใช้ Windows only ก็ทำใจได้ไม่นาน ฟ้อนต์มันไม่สวย ยังไงก็ต้องสลับมาใช้ Linux อยู่ดี
Interface
Windows ตั้งแต่เวอร์ชัน 8 เป็นต้นมา หนทางในการปรับแต่งหน้าตาให้ประหลาด หรือตามใจผู้ใช้งานนั้นโดนบล็อกไปเกือบทั้งหมด ต้องทนใช้ที่ให้มาอยู่อย่างนั้น อย่าง Task Bar ของ Windows 11 นี่ก็ใหญ่โต ปรับไม่ได้ เพี่งจะเริ่มปรับได้ ในอัปเดตที่กำลังจะมานี้ ผ่านเวลามากี่นานกว่าจะเปลี่ยน ในขณะที่โลกของ Linux นี้หลากหลายมาก อยากได้หน้าตาแบบไหน อยากใช้ Desktop Environment แบบไหน ก็เลือกได้ตามสบาย และปรับแต่งได้อย่างหลากหลาย ตามใจผู้ใช้งานได้เป็นอย่างดี
เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ Windows ทำได้ยากกว่า
นี่ใช้ Android และเป็นสายซุกซน การลง Custom ROM นั้นต้องทำผ่าน ADB ซึ่งบน Windows ก็มีแหละ ดาวน์โหลดมาใช้ได้เลย แต่ถ้าจะติดตั้งให้แนบสนิทกับระบบนั้นยุ่งยาก หลายขั้นตอน ในขณะที่ Linux สามารถติดตั้งจาก Repo ได้เลย และแนบสนิทกับระบบ ใช้งานแบบไม่ต้องมีคำสั่งพิศดารอะไรมากมาย ไปได้ตรง ๆ เลย หรือเรื่องการแนบสนิทกับ Google ที่ Linux ที่ใช้ GNOME นั้นจะมีการ Sync บริการ Google Drive, Gmail และ Calendar ได้เลย ในขณะที่บน Windows ต้องไล่ทำทีละบริการ วุ่นวายกว่ากันเยอะ
ตอนนี้ใช้อะไรอยู่
จาก Red Hat สู่ Ubuntu การเดินทางบนโลกของ Linux นั้นสนุกสนานและวุ่นวายมาก เพราะมันมีมากมายเหลือเกิน ทั้ง Distro และ DE สลับใช้กันวุ่นวายพอประมาณ แต่ผ่านมาเกือบ 20 ปี ตอนนี้อยู่กับ ArchLinux และ GNOME เป็นหลัก เพราะมันเป็นแบบ Rolling Release ลงครั้งเดียวและอัปเดตไปเรื่อย ๆ เป็นอะไรที่แบบในฝันมาก ในขณะที่ Ubuntu ใช้วิธีออกเวอร์ชันทุก 6 เดือน ตามการปรับปรุงเวอร์ชันของ GNOME เลยต้องมีการอัปเกรตใหญ่ทุก 6 เดือน ล่มบ้าง อะไรบ้าง หรือจะเลือกแบบที่ซัพพอร์ตยาวนาน ก็อยู่ได้ 3 ปี สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป แต่ก็ต้องใช้ของล้าสมัยไป 3 ปี มันอาจจะดีสำหรับสาย Workstation ที่ต้องการความเสถียร และไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง แต่การได้ใช้อะไรใหม่ ๆ หรือรองรับอุปกรณ์ใหม่ ๆ นั้นก็เป็นไปได้ยาก ได้อย่างก็เสียอย่างล่ะนะ