Linux เป็นระบบปฏิบัติการที่เลียนแบบมาจาก UNIX เดิมทีถูกพัฒนาขึ้นเพื่องานในเซิร์ฟเวอร์เป็นหลัก แต่ด้วยความเป็นระบบปฏิบัติการแบบเสรี (Open Source) ทำให้ใครก็สามารถนำไปใช้ และแก้ไขได้ตามต้องการ สำหรับงานเซิร์ฟเวอร์นั้น Linux ถือว่าโดดเด่นมาก ด้วยความเสถียรที่ไม่เป็นรองใคร และที่สำคัญคือฟรีแบบไม่มีค่าใช้จ่าย ยกเว้นบางกรณีที่อาจมีค่า Support และอีกหลายคนก็ใช้งานใน Desktop PC ทำให้ต้องมี Graphic User Interface (GUI) เพื่อการใข้งานที่ง่ายขึ้น
Desktop Environment ที่หลากหลาย
เมื่อพูดถึง GUI ในโลกของคอมพิวเตอร์ ต้องไม่ลืมตำนานอย่างระบบปฏิบัติการของ Xerox ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับ สตีฟ จ็อบส์ และ บิลล์ เกตส์ ให้กลายมาเป็น Mac OS และ Windows อย่างที่ได้เห็นกัน ส่วนในโลกของ Linux ก็มี GUI หรือที่เรียกว่า Desktop Environment (DE) มากมายให้เลือกใช้ ทั้งที่มีชื่อเสียงโด่งดังหรือธรรมดา มีผู้ใช้มากบ้างน้อยบ้าง รวมถึงมีแฟนคลับเดนตายที่อยู่ทั่วโลก
DE ที่มีชื่อเสียงในโลกของ Linux มีหลายตัว โดย GNOME ถือเป็นหนึ่งใน DE ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด และใช้เป็น DE หลักในหลายๆ distro ในขณะที่ KDE โดดเด่นด้วยความสวยงามและความยืดหยุ่นในการปรับแต่ง XFCE และ LXDE เน้นความเรียบง่ายและประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับเครื่องที่มีสเปคต่ำหรือเครื่องเก่า Cinnamon ที่พัฒนาโดยทีม Linux Mint เน้นความคุ้นเคยสำหรับผู้ใช้ Windows ส่วน MATE ซึ่งเป็น Fork จาก GNOME 2 ก็เน้นความเรียบง่ายและประสิทธิภาพเช่นกัน นอกจากนี้ยังมี Pantheon ที่ใช้ใน elementaryOS ซึ่งออกแบบให้สวยงามและใช้งานง่าย
นอกจากที่กล่าวมาแล้ว ยังมี DE อื่นๆ อีกมากมาย เช่น Budgie, Deepin, LXQT และอื่นๆ เพราะใคร ๆ ก็สามารถพัฒนา DE ในแบบฉบับของตนเองขึ้นมาได้ ทำให้ Linux มีความหลากหลายในด้าน GUI มากกว่าระบบปฏิบัติการอื่น ๆ
ความพิกลพิการของ DE แต่ละเจ้า
แม้ว่า Linux จะมี DE ให้เลือกใช้อยู่มากมาย แต่ก็มาพร้อมกับความไม่สมบูรณ์บางประการ หลาย DE อาจไม่มีฟีเจอร์บางอย่างที่ผู้ใช้คาดหวัง ไม่พร้อมใช้งานแบบ Out of box บางฟีเจอร์อาจต้องติดตั้งเพิ่มเติม ซึ่งอาจไม่สะดวกสำหรับผู้ใช้ทั่วไป นอกจากนี้ บางแอพพลิเคชันอาจทำงานไม่สมบูรณ์บน DE บางตัว
ตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความไม่สมบูรณ์นี้คือ On Screen Keyboard (OSK) ซึ่งมีความสำคัญสำหรับผู้ใช้ที่ไม่ต้องการเชื่อมต่อคีย์บอร์ดจริง เช่น เมื่อใช้ PC เก่า ๆ เป็น Media Player ใน Windows นั้น OSK มาพร้อมให้ใช้งานได้ทันที และทำงานได้ดีเด่น เป๊ะเวอร์ แต่ใน Linux การใช้งาน OSK อาจแตกต่างกันไปในแต่ละ DE เช่น GNOME มี OSK มาให้ แต่อาจมีปัญหาการใช้งานกับบางแอพ เช่น Google Chrome ซึ่งการแก้ปัญหาอาจต้องติดตั้งแอพเพิ่มเติมหรือใช้ GNOME Shell Extension ซึ่งอาจยุ่งยากสำหรับผู้ใช้ทั่วไป ในขณะที่ KDE และ Budgie อาจไม่มี OSK มาให้ หรือมีแต่ใช้งานไม่ได้จริง สับสนไปหมด ~
At The End
Linux และ Desktop Environments นั้นมีความหลากหลายและมีความอิสระในการเลือกใช้งาน แต่ก็ยังไม่สมประกอบเท่าที่ควร ผู้ใช้งานต้องเรียนรู้และปรับตัวมากขึ้นเมื่อเทียบกับระบบปฏิบัติการแบบ proprietary อื่นๆ อย่างไรก็ตาม ความหลากหลายนี้ก็เป็นจุดแข็งของ Linux ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งระบบให้เหมาะกับความต้องการของตนเองได้อย่างลงตัว การเลือกใช้ Linux และ DE ที่เหมาะสมจึงขึ้นอยู่กับความต้องการและความเชี่ยวชาญของผู้ใช้แต่ละคน
