เพิ่งจะเข้าสู่วงการเที่ยวบาร์โฮสต์ เมื่อไม่นานมานี้ แม้ธุรกิจนี้จะมีมานานแสนนานแล้วก็ตาม
ได้ยินบาร์โฮสต์ครั้งแรก จากการมีอยู่ในประเทศญี่ปุ่น เห็นหนุ่ม ๆ โฮสต์ของญี่ปุ่นแต่ละคน ก็พิมพ์นิยมกันทั้งนั้น จนหลายปีผ่านมา ได้ยินเรื่องเล่าจากดีเจคนนึง ที่บ้าเที่ยวบาร์โฮสต์ จนวันนึง เด็กที่นางซื้อดริ้งก์ประจำขับรถอย่างหรูมาให้เห็น จึงตั้งสติได้ และเลิกเที่ยวไป
นี่เริ่มครั้งแรก จากการที่เพื่อนชวนไป ร้านแรกที่ไปนั้นเป็นร้านที่เน้นเด็กบ้าน ๆ ไทยบ้าง กะเหรี่ยงบ้าง พูดจาฟังลำบาก เหมาะสำหรับคนชอบเด็กบ้าน ๆ ถึงเนื้อถึงตัวได้ ก็ว่ากันไป
ส่วนร้านถัด ๆ มา ก็มีทั้งหรูหรา และธรรมดา แตกต่างจากที่แรกคือ การถึงเนื้อถึงตัวได้น้อยกว่ามาก ในขณะที่ค่าดริ๊งค์ก็ใกล้เคียงกัน ทำให้ส่วนตัว ชอบร้านแรกมากกว่า
นี่ไปเที่ยวด้วยเงินเพื่อน คือเพื่อนเปย์ให้ เวลาเรียก ก็ครั้งละ 2 ดริ๊งค์ เคยหน้ามืดเรียกไป 10 ดริ๊งค์ เพื่อนด่าซะไม่มีดี
ปกติ นี่จะไม่แลกไลน์ แลกเบอร์กับใครมั่วซั่ว แต่เพื่อนนี่อาการหนัก ทั้งเมียทั้งผัว (ช:ช) มีผูกกฐินประจำ มีพาไปเที่ยว มีหึงหวง ครบสูตร จะว่าก็ไม่ได้เนอะ ถ้าวันนึงนี่ร่ำรวย และหลงไปอยู่วังวนนั้น จะดีหรือเหลวไม่ต่างกัน ก็ยังไม่รู้เลย
สิ่งที่รู้สึกทุกครั้ง หลังการกลับจากการเที่ยว คือความรู้สึกฉาบฉวย ที่ไม่สามารถสลัดออกไปได้ พ้อยด์ที่ต้องการคือเมาและเต้น แต่การไปสถานที่แบบนั้น มันเหมือนกับการสร้างกิเลส ที่เอาจริงก็ไม่อยากสร้างเท่าไร
ทุกวันนี้ ถ้าไม่ใช่ร้านแรก ก็ไม่ไป แต่เพื่อนดันไม่ชอบร้านแรก เท่ากับว่า ไม่ได้ไปเลย ว่างั้น ~
