Posted in

การเปลี่ยนเลขสายรถเมล์ในกรุงเทพ ดีหรือแย่ ?

การเปลี่ยนแปลงระบบขนส่งสาธารณะในกรุงเทพมหานครที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2560 โดยการโอนอำนาจการจัดการรถโดยสารประจำทางจากองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ไปยังกรมการขนส่งทางบก มีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงระบบขนส่งสาธารณะให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ในความเป็นจริง การเปลี่ยนแปลงนี้กลับสร้างความสับสนและความเดือดร้อนให้กับผู้ใช้บริการอย่างมาก ดังจะเห็นได้จากลำดับเหตุการณ์สำคัญและความคิดเห็นของประชาชนผู้ใช้บริการ ดังนี้

1. การย้ายอำนาจการจัดการไปยังกรมการขนส่งทางบก (ปลายปี 2560)

ในช่วงปลายปี 2560 กรมการขนส่งทางบกได้รับการโอนอำนาจการจัดการรถโดยสารประจำทางจาก ขสมก. โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงการให้บริการและลดภาระหนี้สินของ ขสมก. ซึ่งสะสมมานานหลายปี อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้บริการหลายคนรู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้ทำให้การบริการดีขึ้นแต่อย่างใด

  • ความคิดเห็นจากผู้ใช้บริการ:
    • “รู้สึกว่าไม่มีอะไรดีขึ้นหลังจากที่โอนอำนาจไปกรมการขนส่งฯ คิดว่ามีแต่จะทำให้ระบบแย่ลงอีก คงต้องทำใจ” – จากผู้ใช้เฟซบุ๊ก BMTAPromptPlus

2. การเปลี่ยนแปลงเลขสายรถเมล์ (ปี 2561-2562)

ในปี 2561-2562 กรมการขนส่งทางบกได้เริ่มเปลี่ยนแปลงเลขสายรถเมล์ในกรุงเทพฯ เพื่อปรับปรุงเส้นทางการเดินรถให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้นำไปสู่ความสับสนในกลุ่มผู้โดยสาร โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเดินทางไปยังสถานที่เดิมเป็นประจำ

  • ความคิดเห็นจากผู้ใช้บริการ:
    • “ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเปลี่ยนเลขสายรถเมล์ คนที่ใช้บริการประจำก็สับสนไปหมด ต้องใช้เวลาปรับตัวนาน” – จากผู้ใช้ทวิตเตอร์ @BkkBusClubCafe
    • “เดินทางไปทำงานทุกวัน จู่ๆ ก็ไม่รู้ว่าสายที่เคยนั่งมันเปลี่ยนเป็นอะไร ต้องเปิดหาดูจากอินเทอร์เน็ตทุกเช้า” – จากผู้ใช้เฟซบุ๊ก RMTRotMaeThai

3. การยกเลิกเส้นทางบางเส้น (ปี 2562-2563)

ในปี 2562-2563 กรมการขนส่งทางบกได้ยกเลิกเส้นทางบางเส้นที่มีผู้โดยสารน้อยหรือเส้นทางที่ซ้อนทับกันกับเส้นทางอื่น ซึ่งส่งผลให้ประชาชนในบางพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนการขนส่ง

  • ความคิดเห็นจากผู้ใช้บริการ:
    • “หลังจากที่ยกเลิกสาย 12 รู้สึกเดือดร้อนมาก ต้องหาทางเดินทางใหม่ ค่ารถก็แพงขึ้น เดือดร้อนจริงๆ” – จากผู้ใช้เฟซบุ๊ก BMTAPromptPlus
    • “สายที่ถูกยกเลิกมันเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับคนแถวนี้ ทำไมไม่คำนึงถึงความสะดวกของคนใช้บริการบ้าง?” – จากผู้ใช้ทวิตเตอร์ @RMTRotMaeThai

4. การเข้ามาของเอกชน (Thai Smile Bus) (ปี 2564)

ในปี 2564 Thai Smile Bus ได้เริ่มเข้ามาดำเนินการให้บริการในเส้นทางบางสายตามที่กรมการขนส่งทางบกมอบหมาย อย่างไรก็ตาม ค่าโดยสารของรถเอกชนนี้สูงกว่ารถของ ขสมก. ทำให้ผู้ใช้บริการหลายคนรู้สึกไม่พอใจ

  • ความคิดเห็นจากผู้ใช้บริการ:
    • “รถเอกชนก็สวยดีหรอก แต่มันแพงไปนะ เราไม่อยากจ่ายเพิ่มขนาดนี้” – จากผู้ใช้เฟซบุ๊ก BangkokBusClubCafe
    • “Thai Smile Bus ดูดี แต่มันไม่คุ้มกับการจ่ายแพงขนาดนี้ ทุกคนไม่ได้มีเงินเหลือเฟือ” – จากผู้ใช้ทวิตเตอร์ @BkkBusClubCafe

5. การออกแบบเส้นทางใหม่ (ปี 2564-2565)

ในปี 2564-2565 มีการออกแบบเส้นทางใหม่เพื่อรองรับการขยายตัวของเมืองในอนาคต แต่บางเส้นทางกลับไม่ผ่านชุมชนหลัก ส่งผลให้รถเมล์วิ่งโดยไม่มีผู้โดยสาร และผู้ใช้บริการต้องเดินทางไกลขึ้นเพื่อหาจุดขึ้นรถ

  • ความคิดเห็นจากผู้ใช้บริการ:
    • “เส้นทางใหม่ทำให้ต้องเดินไกลขึ้นอีก เพราะมันไม่ผ่านชุมชนที่อยู่ คนแก่ก็ลำบากไปกันหมด” – จากผู้ใช้เฟซบุ๊ก BMTAPromptPlus
    • “ออกแบบเส้นทางยังไงไม่รู้ รถวิ่งเกือบทั้งวันไม่มีคนขึ้นเลย เสียเวลาเปล่าๆ” – จากผู้ใช้ทวิตเตอร์ @RMTRotMaeThai

6. การปรับปรุงระบบการจองตั๋วและข้อมูลการเดินทาง (ปี 2565-2566)

ในปี 2565-2566 กรมการขนส่งทางบกได้ปรับปรุงระบบการจองตั๋วและข้อมูลการเดินทางผ่านระบบดิจิทัล แต่กลับพบว่าระบบยังไม่สมบูรณ์และทำให้ผู้โดยสารหลายคนประสบปัญหาในการใช้งาน

  • ความคิดเห็นจากผู้ใช้บริการ:
    • “ระบบจองตั๋วออนไลน์ใช้งานยาก ลองใช้หลายครั้งก็ยังไม่เข้าใจ สุดท้ายต้องไปซื้อตั๋วที่รถอยู่ดี” – จากผู้ใช้เฟซบุ๊ก BangkokBusClubCafe
    • “ข้อมูลการเดินทางในแอปฯ มีบ้างไม่มีบ้าง เช็คจากแอปแล้วไม่ตรงกับที่เจอจริง” – จากผู้ใช้ทวิตเตอร์ @BkkBusClubCafe

7. การอนุมัติเส้นทางใหม่เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน (ปี 2567)

ล่าสุดในปี 2567 ขสมก. ได้รับอนุมัติให้เปิดเส้นทางใหม่บางสายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงก่อนหน้านี้ เส้นทางใหม่เหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ที่ถูกละเลยในเส้นทางก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ประชาชนยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับความเสถียรและความสะดวกสบายของบริการ

  • ความคิดเห็นจากผู้ใช้บริการ:
    • “เส้นทางใหม่ก็ดีขึ้นหน่อย แต่ก็ยังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ที่เราต้องการอยู่ดี คงต้องรอดูต่อไป” – จากผู้ใช้เฟซบุ๊ก BMTAPromptPlus
    • “การเปลี่ยนแปลงที่ผ่านมามันทำให้เรารู้สึกไม่มั่นใจว่ารถเมล์จะให้บริการดีขึ้นจริงไหม” – จากผู้ใช้ทวิตเตอร์ @RMTRotMaeThai

บทสรุปสถานการณ์ในปัจจุบัน

ระบบขนส่งสาธารณะในกรุงเทพฯ ยังคงอยู่ในช่วงของการปรับปรุงและพัฒนา ทั้งจากการให้บริการของ ขสมก. และ Thai Smile Bus แม้ว่าจะมีการปรับเส้นทางและปรับปรุงบริการ แต่ความคิดเห็นของประชาชนยังคงสะท้อนถึงความไม่พอใจในบางประเด็น ไม่ว่าจะเป็นค่าโดยสารที่สูงขึ้น การออกแบบเส้นทางที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน หรือปัญหาการใช้ระบบดิจิทัลที่ยังไม่สมบูรณ์

เป็นความท้าทายในการบริหารจัดการระบบขนส่งสาธารณะในเมืองใหญ่ของกรมการขนาส่งทางบก ที่ยังไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างเต็มประสิทฑิภาพและเกิดประสิทธิผล ไม่ว่าจะเป็น

  1. จำนวนรถที่วิ่งแต่ละสายไม่ครบตามสัญญา ทำให้รอนาน
  2. การตัดระยะเส้นทางโดยพลการ ทำให้รอนาน
  3. วิธีชำระค่าโดยสารที่ยังไม่เหมือนกันระหว่าง ขสมก. และ Thai Sime Bus ทำให้สับสน
  4. การประชาสัมพันธ์ยังอ่อนด้อย ทำให้ประชาชนไม่ทราบการเปลี่ยนแปลง
  5. การออกแบบเส้นทางที่ไม่ผ่านจุดชุมชน หรือจุดสำคัญ ทำให้ไม่มีผู้ใช้บริการ
  6. สายที่เป็นรถเอกชนของ Thai Smile Bus ทำให้ค่าโดยสารเริ่มต้นแพงขึ้นจาก 8 เป็น 15 บาท และทวีคูณกว่า ขสมก.

โดยรวมแล้วการเข้ามาของกรมการขนส่งทางบกยังไม่สร้างความประทับใจให้ผู้ใช้บริการ คงจะต้องรอการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในอนาคต ซึ่งในระหว่างนี้ผู้ใช้บริการที่ได้รับความเดือดร้อนสามารถแจ้งปัญหาได้ที่ โทร. 1584

IT officer, responsible for network communication systems and a chic person.

Subscribe
Notify of
guest
0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments
0
Would love your thoughts, please comment.x
()
x