เรื่องนี้เกิดขึ้นจากการเห็นเหล้าสูตรใหม่ของ Johnnie Walker ซึ่งก็คือ Black Ruby ที่เกิดจากการใช้ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่มาหมัก ทำให้รสชาติแตกต่างไปจากสูตรเดิม ๆ เช่น Black Label หรือแม้กระทั่ง Double Black Label ที่เคยเป็นขวัญใจของนี่มาก่อน และสุดท้าย สูตรนี้ก็ขายดีมาก จนร้านสะดวกซื้อชื่อดังของไทยไม่มีของโชว์ในชั้นกันเลยทีเดียว
แม้ราคาจะแรง แต่ก็ไม่เกินความสามารถ
ราคาของ Black Ruby นั้น วางขายในร้านสะดวกซื้อ 1,999 บาท กับปริมาตร 1 ลิตร แพงกว่า Black Label อยู่หลายร้อยบาท ด้วยสีสันของฉลากที่เป็นสีชมพูอมม่วงนั้นมันดึงดูดสายตามาก หมายปองมาระยะหนึ่ง จนตัดสินใจซื้อมาดื่มคนเดียว แบบค่อย ๆ ดึ่ม และหลังจากนั้นก็ขอสปอนเซอร์มาได้หลายขวดอยู่ ซึ่งสุดท้ายก็สามารถเอามาเผยแพร่กับเพื่อนที่ทำงาน จนติดกันงอมแงมทั้งกลุ่ม รวมไปถึงเพื่อน ๆ ในกลุ่มงานอื่นด้วย ..

Mixer ที่เกิดมาคู่กัน โดยไม่ได้เกี่ยวข้องกัน แต่ก็เข้ากันได้อย่างไม่น่าเชื่อ
แน่นอนว่า Mixer ที่ผสมกับเหล้านั้น ไม่โซดา ก็น้ำเปล่า หรือจะผสมกันทั้งโซดาและน้ำเปล่า บ้างก็ผสมน้ำอัดลมเช่นโค้ก หรือเป็บซี่ ซึ่งทั้งหมดนี้ สามารถเข้ากับ Black Ruby ได้อยู่แล้ว แต่อีกสูตรนึงที่เกิดขึ้นและทำให้ทั้งนี่และเพื่อน ๆ ประทับใจมิรู้ลืม คือ โซดากลิ่นผลไม้ของสิงห์ โดยเฉพาะสีเขียว (กระป๋องที่ 3) และสีแดง (กระป๋องที่ 2)

สำหรับสีเขียวนั้นมีส่วนผสมของบ๊วย เมื่อผสมกับ Black Ruby ที่มีกลิ่นผลไม้ตระกูลเบอร์รี่อ่อน ๆ แล้วเข้ากันมาก รสชาติดีสุด ๆ รองลงมาก็สีแดง ที่ให้รสที่ออกหวาน กลบรสชาติของเหล้าได้ดี ซึ่งถ้าจะให้กลิ่นเหล้าแสดงกับสีแดงต้องใส่ประมาณ 3 ฝา ขึ้นไป ผิดกับสีเขียว ที่ใส่ 2 ฝา กลิ่นเหล้าบาง ๆ ก็ยังคงอยู่ สำหรับสีเหลือง หรือกระป๋องที่ 1 นั้น ไม่เข้ากันกับ Black Ruby รสชาติมันไปกันคนละทิศละทาง ส่วนกระป๋องขวาสุด สูตรเมล่อน ยังไม่เคยลอง
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น
งานเลี้ยงเกษียณอายุของหน่วยงาน กินดื่มกันแบบสนุกสนาน เมามาย เพราะงานนี้รวมคนทั้งตึก ทั้งต่างแผนก ต่างฝ่าย มาปาร์ตี้ร่วมกัน และโต๊ะของกลุ่มนี่ได้รับความนิยมมาก คนจากกลุ่มอื่นวนเวียนเข้ามากันอย่างไม่ขาดสาย การชนแก้ว การดื่มกันจึงครึกครื้น กอรปกับคนชงเหล้าเร่งรอบ ใส่มากกว่า 2 ฝา พอนี่เริ่มกรึ่ม ๆ แล้วก็ไม่ได้ทักท้วงอะไร ดื่มกันจนหมด 2 ขวด ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง
ด้วยความไร้สติ ไม่ได้บอกเพื่อน ๆ ว่าให้ลากนี่ขึ้นไปนอนที่ทำงาน จึงไม่มีใครสนใจ ขี่มอเตอร์ไซด์กลับบ้าน เลี้ยวผิดทาง ไปล้มยังไงไม่รู้ จำไม่ได้ รู้ตัวอีกทีคือมีกลุ่มคน หญิง 1 ชาย 2 มาประคองตัวนี่จากถนน และเหมือนคนเหล่านี้จะเรียกกู้ภัยให้ เริ่มได้สติตอนกู้ภัยทำแผลให้ ทีแรกจะให้นี่ขึ้นรถกู้ภัยไปโรงพยาบาล และจอดรถทิ้งไว้ แต่เพราะได้สติแล้วจึงขอกลับเอง ก็ขี่รถกลับได้นะ แต่เมื่อควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋าสะพาย ปรากฎว่าเหลือแค่เครื่องเดียว iPhone หายไป จึงต้องขี่รถย้อนกลับทางเดิมเพื่อค้นหา จนถึงจุดสุดท้ายที่กู้ภัยมาช่วย ก็ยังหาไม่เจอ ใจหายแว๊บเลย แต่แล้วก็รู้สึกว่ามีอะไรทิ่มตูด สรุปคือ iPhone เสียบอยู่ที่กระเป๋ากางเกงด้านหลัง จึงขี่รถกลับบ้านได้อย่างสบายใจ
ซ่อมรถเป็นหมื่น
เฟรมของรถมอเตอร์ไซด์ข้างที่ล้มนั้นแตกจนหลุดออกมา และด้านหน้าก็มีรอยแตกอีกหลายจุด ไฟก็แตกนิดนึงส่วนด้านบน เอาไปซ่อมที่ร้าน นอกจากจะต้องเปลี่ยนเฟรมในส่วนที่แตกแล้ว คอรถก็เบี้ยวจากการที่ล้ม (สงสัยจะล้มแรง) เสียค่าดัดคออีก สิริรวมแล้วซ่อมรอบแรกไป 7,600 บาทโดยประมาณ
เมื่อไปรับรถ ปรากฎว่าสีของด้านที่เปลี่ยนใหม่นั้นสดมาก แต่ด้านที่ไม่ได้เปลี่ยนก็หมองคล้ำตามอายุการใช้งาน ทำใจไม่ได้ เลยสั่งเฟรมด้านที่ไม่เสียหายมาเปลี่ยนอีก หมดไปอีก 5,000 กว่าบาท
ทั้งหมดนี้ แลกกับร่างกายที่ไม่ได้บาดเจ็บมาก มีรอยแผลที่หัวที่เกิดจากการไม่ใส่หมวกกันน็อก เป็นรอยขีดกลางหัว ความยาวประมาณ 4 นิ้ว ซึ่งก็ไม่ได้เย็บหรืออะไร ตอนนี้รอยแผลประสานกันแล้ว และไม่มีอาการบาดเจ็บอะไรมากกว่านี้
บทเรียนที่ได้รับ
แน่นอนว่าการณรงค์เมาไม่ขับนั้นมีมาหลายสิบปีแล้ว ปกติเวลาไปกินเหล้ากับเพื่อน นี่จะเรียกรถไปตลอด แต่งานนี้มันพลาดอย่างที่บอกไปด้านบน ว่าลืมบอกให้เพื่อน ๆ ลากขึ้นไปนอนที่ทำงาน หากจะคิดว่าเป็นการฟาดเคราะห์ เงินจำนวนหมื่นกว่าบาทนี่ไม่ได้มากมายอะไรเมื่อเทียบกับร่างกายที่ไม่ได้รับบาดเจ็บมาก แต่มันก็เป็นเงินที่ไม่ควรเสีย หากมีสติมากกว่านี้
ถามว่าจะยังดื่มเจ้า Black Ruby นี้ต่อไปไหม ดื่มแน่นอน แต่คงมีสติมากกว่านี้ เมาไม่ขี่ และหาที่หลับที่นอนเตรียมไว้ก่อน แค่นี้ก็อร่อยกับเจ้านี่ได้ต่อไป
//ไม่ได้ดื่มเหล้าบ่อยนะ และไม่ได้ติดเหล้าด้วย